ส่งออกประเทศญี่ปุ่นทรุดหนักจาำกพิษเศรษฐกิจโลกปี 2551

การค้าขายส่งออกกับต่างประเทศนั้นแต่ละประเทศย่อมได้รับผลทางเศรษฐกิจแตกต่างกัน เนื่องจากสินค้าที่ผลิตได้แต่ละประเทศไม่เท่าเทียมกัน และปัจจุบันปัญหาเศรษฐกิจได้มีการแพร่กระจายไปในทุกประเทศ ทำให้สภาวะการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจได้แปรเปลี่ยนไปตามสภาวะปัญหาในปัจจุบัน ญี่ปุ่นเองก็ได้รับปัญหาเกี่ยวกับค่าเงินเยน และปัญหาจากการค้าขายเป็นเงินดอลลาร์ที่ผันผวน ทำให้สภาวะการณ์การส่งออกเปลี่ยนไป ญี่ปุ่นจึงมีการศึกษาเกี่ยวกับปัญหาค่าเงินเยน เศรษฐกิจ และการเปิดการเจรจาตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย ญี่ปุ่น อย่างจริงจัง เพื่อส่งผลกระทบด้านลบทางด้านเศรษฐกิจกับประเทศคู่ค้าน้อยที่สุด

ประเทศญี่ปุ่นคาดการณ์ว่าในช่วงกลางปี  2551 - ต้นปี  2552 ว่าจะมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจดีขึ้น  หากเศรษฐกิจดีขึ้น  ผู้ประกอบธุรกิจมีผลประกอบการที่ดีขึ้นระบบเศรษฐกิจโดยรวมก็จะมีแนวโน้มที่ดีตามไปด้วย ซึ่งจะต้องมีการเรียกร้องให้มีผลต่อการเพิ่มค่าแรง การบริโภคขั้นพื้นฐานนั้นก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย การส่งสินค้าออกสินค้าไปยังตลาดโลกของประเทศญี่ปุ่นในขณะนี้ประสพกับปัญหาซับไพรม์จากประเทศสหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกับที่สหภาพยุโรป และอีกหลายประเทศได้ประสพปัญหาเช่นกัน   ทำให้การส่งออกของประเทศญี่ปุ่นไปยังสหรัฐอเมริกาลดลง  ซึ่งเป็นมาอย่างต่อเนื่องในหลายประเภทสินค้า เช่นสินค้ายานยนต์ อุปกรณ์ก่อสร้าง เป็นต้น 

ไม่เพียงแต่ปัญหาซับไพรม์จากสหรัฐอเมริกาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ประเทศญี่ปุ่นยังประสพปัญหาเรื่องค่าเงินเยนที่มีการแข็งค่า   ซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกของประเทศญี่ปุ่นโดยตรง   และได้มีการคาดการณ์ว่าจะมีการแข็งค่าเพิ่มต่อไป ส่งผลต่อสกุลเงินเยนในตลาดเอเชียอีกด้วย  นี่คือเรื่องที่ญี่ปุ่นจะต้องเร่งผลักดันนโยบายประเทศทางด้านเศรษฐกิจ การเงิน การส่งออก เพื่อรักษาระดับค่าเงินให้ดีขึ้น เพราะปัจจุบันประเทศจีนมีเศรษฐกิจแข็งแกร่งขึ้นตามลำดับ  จีนเองอาจจะพัฒนาตัวเองในด้านต่าง ๆ เพื่อการแข่งขันกับตลาดโลก และอาจเพิ่มศักยภาพสกุลเงินหยวนให้เป็นสกุลเงินสากลต่อไป  การส่งออกของประเทศญี่ปุ่นได้รับ

ผลที่ไม่ดีนักจากการส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา แต่สำหรับการส่งออกไปยังประเทศจีน และสหภาพยุโรปแล้ว  ประเทศญี่ปุ่นทำการส่งออกได้ดีขึ้นมีการขยายตัวทางการค้าเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ 

Stock SignboardCreative Commons License by mrhayata

Japan Stock

สำหรับการค้าระหว่างประเทศไทย ในช่วงปี 2550 ที่ผ่านมานั้นเพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 10.66 และน่าจะมีโอกาสที่ดีมากขึ้นระหว่างไทย ญี่ปุ่น เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศได้มีการเจรจาตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย ญี่ปุ่น หรือที่รู้จักกันในชื่อ JTEPA การตกลงระหว่างกันนี้ครอบคลุมเรื่องการเปิดเสรีการค้า การบริการ การลงทุน การเคลื่อนที่ของบุคคล รวมถึงด้านความร่วมมือในด้านต่าง ๆ  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การท่องเที่ยว เป็นต้น เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งกับเกษตรกร เพราะ JTEPA นั้นเน้นนโยบายด้านการเกษตร และความร่วมมือระหว่างสหกรณ์ เพื่อทำการรักษาระดับความปลอดภัยด้านอาหาร สุขภาพอนามัย อีกด้วย JTEPA ยังมีโครงการอื่นที่ร่วมมือกัน เช่นความร่วมมือเพื่อสนับสนุนครัวไทยสู่ครัวโลก การอนุรักษ์พลังงาน ความร่วมมือทางอุตสาหกรรมเหล็ก ยานยนต์ เป็นต้น ล้วนแล้วแต่มีผลกระทบทางบวกด้านเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างมาก   ทำให้ไทยมีการพัฒนาได้ทัดเทียมกับประเทศญี่ปุ่น (บทความนี้มาจาก eThaiTrade.com)มีการขยายตลาดการลงทุนมากขึ้น รวมถึงการพัฒนามาตรฐานสินค้าเกษตรได้ดีขึ้นซึ่งการพัฒนามาตรฐานนี้เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากต่อการส่งออก ละโครงการิจส่งออกต่าง ๆ นั้นต้องชลอตัวออกไปโดยไม่มีกำหนด49 ที่ผ่านมา ทำให้โอกาสที่จะได้รับการผลักดันสู่ผลประโยชน์ที่ดีทางเศรษฐแต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างมาก เมื่อการตกลงเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจกันนี้ยังไม่แล้วเสร็จ อันเนื่องจากมีการปฏิรูปการปกครองเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ที่ผ่านมา ทำให้โอกาสที่จะได้รับการผลักดันสู่ผลประโยชน์ที่ดีทางเศรษฐกิจของภาคการเกษตร และภาคธุรกิจส่งออก และโครงการต่าง ๆ นั้นต้องชะลอตัวออกไปโดยไม่มีกำหนด  หลายคนยังคงหวังว่าการคาดการณ์ของแต่ละภาคส่วนคงจะเกิดขึ้นอย่างโปร่งใส และเข้าถึงกลุ่มเกษตรกรอย่างแท้จริงในเร็ววันนี้

ข้อมูลเพิ่มเติม

http://www.siamturakij.com/home/news/print_news.php?news_id=9633

http://www.measwatch.org/autopage/show_page.php?t=27&s_id=1428&d_id=1425

http://pcoc.moc.go.th

 

Related Posts...

About the Author

Mr.ThinkOutLoud has written 426 stories on this site.

Write a Comment

Gravatars are small images that can show your personality. You can get your gravatar for free today!

You must be logged in to post a comment.

Copyright © 2010 eThaiTrade.com. All rights reserved.
Theme by Fitobochka and ComFi.com Phone Cards Company.