การชำระ้เงินจากการส่งออกแบบ letter of credit (L/C)

การเลือกรูปแบบการชำระ้เงินจากการส่งออกให้ใช้ตามความสะดวกและเหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง ดังนี้

  • การขายด้วยการจ่ายเงินสดหรือจ่ายล่วงหน้า คือ การที่ผู้ซื้อโอนเงิน, Draft เช็คธนาคาร หรือการจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตไปให้ผู้ขายพร้อมกับการสั่งซื้อสินค้า วิธีนี้ผู้ซื้อเป็นฝ่ายเสียเปรียบเนื่องจากต้องจ่ายเงินก่อนที่จะเห็นสินค้า วิธีการขายแบบนี้ ส่วนใหญ่จะใช้กับการสั่งซื้อของที่มีราคาไม่สูงนัก เช่น หนังสือ เสือผ้า อุปกรณ์กีฬา หรือตัวอย่างสินค้า เป็นต้น
  • การขายด้วยวิธีการเปิดบัญชี (Open Account) เป็นการขายสินค้าโดยผุ้ขายให้เครดิตแก่ผู้ซื้อ หรือการขายแบบเงินเชื่อนั่นเอง ส่วนใหญ่ผู้ซื้อมักผ่อนชำระค่าสินค้าเป็นระยะตามที่ตกลงกัน อาจเป็น 30,60,90, วัน หรือมากกว่านั้น การขายด้วยวิธีนี้นิยมทำเฉพาะคู่ค้าที่เชื่อใจกันมาก หรือจะทำกับสาขาของบริษัทในเครือเท่านั้นเนื่องจากวิธีนี้ไม่มีหลักประกันใด ๆ ว่าผู้ขายจะได้รับเงินค่าสินค้า
  • การขายแบบวิธีฝากขาย (Consignment) เป็นการฝากให้บุคคลที่รู้จักหรือตัวแทนทางธุรกิจไปขายสินค้าให้ในต่างประเทศ โดยผู้ขายจะได้รับเงินภายหลังจากที่ผู้ซื้อชำระค่าสินค้าแล้วเท่านั้น ส่วนผลกำไรต้องแบ่งให้ตัวแทนตามแต่จะตกลงกันโดยผู้ขายต้องมั่นใจว่า ผู้รับสินค้าสามารถนำเอกสารไปออกสินค้าได้เร็วเพราะถ้านำสินค้าออกล่าช้าจะทำให้เสียค่าเก็บของในคลังสินค้าเพิ่มขึ้น หรือขายสินค้าไม่ได้ในช่วงที่ราคาดี
  • การขายแบบวิธีการเรียกเก็บเงิน (B/C) หรือ Bill for Collection วิธีนี้เป็นวิธีการชำระค่าสินค้าระหว่างประเทศที่นิยมกันอย่างแพร่หลายอีกวิธีหนึ่งโดยผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกันว่าเมื่อผู้ขายจัดส่งสินค้าแล้วผู้ขายจะส่งเอกสารเรียกเก็บเงินผ่านธนาคารของผู้ขายไปยังธนาคารของผู้ซื้อ เพื่อส่งมอบเอกสารและเรียกเก็บเงินค่าสินค้าจากผู้ซื้อ

 

วิธีการ คือ ภายหลังจากที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงซื้อขายสินค้ากันแล้ว ผู้ขายจะนำสินค้าพร้อมทั้งใบกำกับสินค้าไปส่งให้กับบริษัทขนส่ง โดยบริษัทดังกล่าวจะออกใบตราส่งสินค้าซึ่ง แสดงว่าได้รับสินค้าไว้เพื่อจัดส่งแล้ว ให้แก่ผู้ขายเพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการออกตั๋วแลกเงิน และเอกสารอื่นๆ ซึ่งรวมเรียกว่า “เอกสารการส่งออก” (บทความนี้มาจาก eThaiTrade.com) นำไปส่งให้ธนาคาร ผู้ส่งตั๋วไปเรียกเก็บเพื่อส่งเอกสารทั้งหมาดไปยังธนาคารตัวแทนในประเทศ ผู้ซื้อเรียกว่าธนาคารผู้เรียกเก็บ ทำหน้าที่เรียกเก็บเงินจากผู้ซื้อและส่งมอบเอกสารการส่งออก เพื่อนำไปออกสินค้าต่อไป

  • การขายแบบ Letter of Credit (L/C) หรือเลตเตอร์ออฟเครดิตทางการค้า หมายถึง ตราสารที่ธนาคารผู้เปิด L/C เป็นผู้ออกโดยคำสั่งของผู้ซื้อ เพื่อแจ้งไปยังผู้ขายผ่านทางธนาคาร ตัวแทนเป็นการยืนยันว่าเมื่อผู้ขายปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ใน L/C ถูกต้องครบถ้วนแล้วธนาคารผู้เปิด L/C จะชำระเงินให้แก่ผู้ขาย

สาเหตุที่ผู้ส่งออกนิยมใช้วิธีนี้ก็เพราะ ผู้ซื้อมีความมั่นใจว่าถ้าสั่งซื้อสินค้าด้วยการเปิด L/C ไปให้ผู้ขายแล้วผู้ขายจะจัดส่งสินค้าไปให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ใน L/C ทุกประการ หากผู้ขายไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ใน L/C ธนาคารก็จะเป็นผู้รับผิดชอบในการติดต่อประณีประนอม หรือฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากผู้ขายได้

ส่วนผู้ขายเองก็มีความมั่นใจในการส่งสินค้าออกเช่นเดียวกัน เพราะหลังจากที่ส่งสินค้าไปให้ผู้ซื้อแล้วและจัดทำเอกสารส่งออกให้ครบและถูกต้องก็จะสามารถไปรับเงินจากธนาคารในประเทศของผู้ขายได้ทันที

ขั้นตอนในการเปิด L/C นั้น เริ่มจากภายหลังการตกลงซื้อขายสินค้าระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายเรียบร้อยแล้ว ผู้ซื้อต้องมาติดต่อกับธนาคารของตนเพื่อขอเปิด L/C ธนาคารจะดำเนินการให้เฉพาะลูกค้าที่มีวงเงินสินเชื่อหรือหาผู้ซื้อไม่มีวงเงิน ธนาคารอาจขอให้จ่ายค่ามัดจำค่าสินค้าล่วงหน้าก่อน แล้วจึงเปิด L/C ให้ ธนาคารในประเทศผู้ซื้อที่เปิด L/C เรียกว่า ธนาคารผู้เปิด L/C โดยผ่านธนาคารตัวแทนในประเทศผู้ขาย เรียกว่า ธนาคารผู้แจ้งการเปิด L/C เมื่อผู้ขายได้รับ L/C แล้วต้องตรวจสอบว่า L/C เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้หรือไม่ หากถูกต้องผู้ขายสามารถดำเนินการส่งสินค้าออกได้ทันที โดยนำสินค้าของตนไปส่งให้กับบริษัทขนส่ง หรือบริษัทผู้รับขนส่งสินค้า หรือขึ้นเครื่องบินเพื่อจัดส่งไปให้ผู้ซื้อ ผู้ขายจะได้รับในตราส่งสินค้าจากบริษัทขนส่งเพื่อแสดงว่าได้รับสินค้าบรรทุกลงเรือหรือขึ้นเครื่องบินแล้ว

หลังจากนั้น ผู้ขายจะจัดทำใบกำกับสินค้า ตั๋วแลกเงินและเอกสารอื่น ๆ ซึ่งเรียกว่าเอกสารการส่งออกนำมาขอขึ้นเงินกับธนาคารตามเงื่อนไขใน L/C โดยผู้ขายจะต้องปฏิบัติถูกต้องตามเงื่อนไขใน L/C ทุกประการ ธนาคารผู้รับซื้อตั๋วจะชำระเงินทันทีในกรณีเป็นตั๋วจ่ายเงินเมื่อเห็น หรือจ่ายเงินเมื่อครบกำหนดตามที่ L/C ระบุ และขอรับเงินหรือหักบัญชีของธนาคารผู้เปิด L/C ด้วย หลังจากนั้นจึงส่งเอกสารทั้งหมดมายังธนาคารผู้เปิด L/C เพื่อเรียกเก็บจากผู้ซื้อพร้อมทั้งส่งมอบเอกสารการส่งออกให้กับผู้ซื้อเพื่อทำการออกสินค้าต่อไป

ในปัจจุบันการค้าต่างประเทศนิยมใช้การขายโดยมีเอกสารประกอบ 2 วิธีดังกล่าว คือ การส่งตั๋วเรียกเก็บเงิน (Bill for Collection) และการเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิต (Commercial Letter of Credit) เป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะวิธีคุมปริวรรตเงินตราต่างประเทศในบางประเทศอาจบังคับให้ต้องใช้วิธีการชำระเงินด้วยการเปิด L/C เพียงอย่างเดียว ส่วนการซื้อสินค้าด้วยวิธีการจ่ายเงินสดหรือจ่ายเงินล่วงหน้านั้นมักใช้กับการสั่งซื้อสินค้าจำนวนเล็กน้อยเพื่อให้เองไม่ใช่เป็นการสั่งซื้อเพื่อการค้า

การส่งสินค้าออกโดยผู้ซื้อเปิด L/C เพื่อการสั่งสินค้านั้นธนาคารพาณิชย์จะเข้ามามีบทบาทในการดำเนินการชำระเงินแก่ผู้ขาย หากไม่เปิด L/C ธนาคารทำหน้าที่เป็นเพียงตัวกลางในการติดต่อประสานงานและเรียกเก็บเงินเพื่อให้เป็นไปตามขั้นตอนที่ตกลงกันไว้เท่านั้น เมื่อผู้ซื้อชำระค่าสินค้าและผู้ขายได้รับเงินนั้นแล้วก็หมดหน้าที่ของธนาคาร

จุดที่ผู้ส่งออกต้องระมัดระวังมากที่สุด คือ เงื่อนไขที่ระบุไว้ใน L/C เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดอย่างเช่นเงื่อนไขที่ซับซ้อนหรือแม้กระทั่งตัวสะกดของชื่อบุคคล บริษัท ถนน ไม่ว่าจะมีเขตนาหรือไม่ก็ตามธนาคารจะไม่ยอมจ่ายเงินให้ผู้ส่งออกจนกว่าจะแก้ไขให้ถูกต้องเสียก่อน ผู้ที่จะช่วยตรวจสอบ L/C ให้เราได้ดีที่สุดคือ ธนาคาร เพราะนอกจากความถูกต้องแล้วยังช่วยวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือทางการเงินของผู้ซื้อและให้คำแนะนำด้วยเงื่อนไขที่ดีกว่าได้

[วารสารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม]

ตัวอย่าง L/C

http://ethaitrade.com/2008/export-documents/example-letter-of-credit/

Related Posts...

About the Author

Mr.ThinkOutLoud has written 426 stories on this site.

Write a Comment

Gravatars are small images that can show your personality. You can get your gravatar for free today!

You must be logged in to post a comment.

Copyright © 2010 eThaiTrade.com. All rights reserved.
Theme by Fitobochka and ComFi.com Phone Cards Company.