การส่งออกกล้วยไม้ไทยไปตลาดโลก
- Tuesday, October 21, 2008, 23:01
- Export Guildlines
- 6,863 views
- Add a comment
พืชเศรษฐกิจอย่างดอกกล้วยไม้นับว่าเป็นที่สนใจอย่างมากในตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็นชนิดตัดดอก หรือเป็นชนิดเป็นต้น กล้วยไม้ได้รับการนิยมอย่างแพร่หลายด้วยสาเหตุหลายประการด้วยเสน่ห์จากฟอร์มดอก โทนสีที่เกิดจากการผสมของสายพันธ์ กลิ่น ที่บางชนิดส่งกลิ่นหอมออกมาได้ชัดเจน และอายุของดอกนั้นยาวกว่าดอกไม้ชนิดอื่นพอสมควร ดอกกล้วยไม้ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นไหว้พระ การปักแจกัน จัดกระเช้าดอกไม้ พวงหรีด ของชำร่วยต่าง ๆ ที่ประเทศไทยนั้นอุณหภูมิอยู่ในเกณฑ์การเลี้ยงกล้วยไม้ให้สวยงามได้หลายชนิด เช่นทางภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นกลุ่มประเภทสกุลเอื้อง สกุลหวาย สกุลช้าง สกุลเข็ม สกุลรองเท้านารี เป็นต้น
ประเทศไทยจัดเป็นอันดับ 1 ในการส่งกล้วยไม้ออกไปสู่ตลาดโลกมาก โดยเฉพาะออกสู่ประเทศญี่ปุ่น ในประเภทไม้ตัดดอก ที่ญี่ปุ่นมีความต้องการดอกไม้ต่างถิ่น และมีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์สูง โดยเฉลี่ยมูลค่าตลาดอยู่ราวประมาณ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เนื่องจากญี่ปุ่นนั้นมีความหลากหลายในด้านเทศกาล ประเพณี แต่ไทยจะต้องแข่งกับประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน นิวซีแลนด์ อีกไม่นานน่าจะต้องแข่งกับสหรัฐเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งประเทศ เนื่องจากสหรัฐมีการเพิ่ม พัฒนาศักยภาพในการผลิต และการลงทุนที่หันมาปลูกกันมากขึ้น ตลาดที่มีความสำคัญอีกแห่งคือสหภาพยุโรป ที่นี่มีการนำเข้ากล้วยไม้สกุลหวาย (Dendrobium) อยู่ราว 21 ล้านยูโรต่อปี สหภาพยุโรปมีความต้องการกล้วยไม้มากโดยเฉพาะอีตาลี แต่การส่งออกไปยังสหภาพยุโรปนั้นจะต้องมีการคำนึงถึงมาตรฐานด้านสุขภาพอนามัยด้านพืชให้เป็นที่ยอมรับทั้งผู้ส่งออก และผู้นำเข้า
การปลูกกล้วยไม้โดยส่วนใหญ่นั้น มีเป้าหมาย อยู่ 3. ประการหลัก ๆ คือ 1. เลี้ยงเพื่อเป็นงานอดิเรก เนื่องจากมีพันธุ์ไม้หลายสกุลที่สวยงาม(บทความนี้มาจาก eThaiTrade.com) หากผู้เลี้ยงมีความใส่ใจจริงๆ เช่น หวาย แวนด้า แคทลียา 2. เลี้ยงเพื่อทางวิชาการ เพื่อทำการทดลอง ค้นคว้า วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ 3. การเลี้ยงเพื่อเป็นอาชีพ เนื่องจากมีความคงทน สวยงาม ทำการส่งออกไปต่างประเทศได้ในราคาดี เป็นที่ต้องการของตลาดในหลายประเทศ สกุลกล้วยไม้ที่นิยมทำเพื่อการค้าการส่งออกกันมากคือประเภทหวาย และม็อคโคร่า
การส่งออกกล้วยไม้จะต้องมีข้อกำหนดเฉกเช่นเดียวกับสินค้าอื่น ต้องถูกต้อง เหมาะสม ตามมาตรฐานที่กำหนด ที่เรียกว่า GAP มาตรฐานที่สำคัญคือ
1. คุณภาพ ต้องมีลักษณะตรงตามพันธุ์ ผ่านการปฏิบัติอย่างถูกต้อง การบรรจุต้องอยู่ในสภาพดีเมื่อถึงปลายทาง ไม่มีสิ่งที่ทำให้เกิดการเสียหาย
2. การแบ่งชั้นคุณภาพ แบ่งเป็น 4 ชั้น คือชั้นพิเศษ ชั้นหนึ่ง ชั้นสอง ชั้นสาม
3. การจัดเรียง กล้วยไม้ที่บรรจุต้องอยู่ในสภาพที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน
4. เครื่องหมายหรือฉลากมี 2 กรณี คือหีบห่อสำหรับผู้บริโภคสุดท้าย และบรรจุภัณฑ์สำหรับขายส่ง
5. สุขภาพอนามัยพืชหลัก ๆที่ถูกต้องตามหลักสากลด้านอนามัย
การส่งออกกล้วยไม้มีการแข่งขันกันมากขึ้นกว่าเดิมในตลาดโลก ฉะนั้นจะละเลยมาตรฐานที่ถูกกำหนดไว้ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องเพลี้ยไฟ การใช้ปุ๋ยคุณภาพต่ำ หรือการรมยา นอกเหนือจากนั้นต้องดูแลเรื่องของบรรจุภัณฑ์ เพราะถึงแม้ว่ากล้วยไม้จะมีความทนทาน แต่ก็บอบช้ำได้ง่าย สิ่งสำคัญคือแรงสนับสนุนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ที่ต้องมีการขยายตลาดให้เป็นที่รู้จัก เช่นการจัดงานแสดงกล้วยไม้ การจัดให้มีศูนย์รวมการซื้อขาย ตลอดจนการพัฒนาทั้งบุคลากร และการวิจัยสายพันธุ์ที่จะต้องมีการจัดการอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการเลี้ยงดูเผยแพร่ความรู้ ผลงานวิจัยต่าง ๆ สอนการทดลอง ให้แพร่หลายออกสู่ประชาชนทั่วไปให้มากขึ้น เพื่อการเพิ่มรายได้ และขีดความสามารถแก่ผู้ที่สนใจต่อไป
สำหรับเอกสารในการส่งออกกล้วยไม้ คลิ๊กที่นี่เลยครับ
Related Posts...
About the Author
Write a Comment
Gravatars are small images that can show your personality. You can get your gravatar for free today!
You must be logged in to post a comment.



