มุมมองของ Freight Forwarder ที่คุณอาจจะยังไม่รู้
- Monday, November 3, 2008, 10:14
- Logistics
- 2,625 views
- Add a comment
จากที่ได้พูดถึงคำจำกัดความ ขอบข่ายงาน บทบาทและหน้าที่ ของธุรกิจประเภทนี้ไปแล้วในตอนที่ 1 และ 2 นะคะ คงพอจะทำให้ท่านได้รู้จักกับธุรกิจนี้มากขึ้น ปัจจุบันมีบริษัท Freight Forwarder เกิดขึ้นมากมาย คนรุ่นใหม่ที่เคยเป็นพนักงานของบริษัท Freight Forwarder มาก่อน พอมีทุนหน่อยก็ร่วมหุ้นกันเปิดบริษัทใหม่ เพราะถือว่ามีความรู้และประสบการณ์ในด้านนี้ โดยส่วนมากบริษัทที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะการทำงานเป็นแบบนายหน้า คือไปว่าจ้างบริษัทอื่นอีกทีในเรื่องของการดำเนินพิธีการศุลกากรและการขนส่ง การทำงานทางด้าน Freight Forwarder ดูเหมือนจะง่าย แต่จะต้องคอยติดตามงานอย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอน เพราะหากบริษัทอื่นที่ว่าจ้างเกิดทำงานผิดพลาด นั้นก็ถือว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นของบริษัท Freight Forwarder ผู้ว่าจ้างนั้นๆ ลูกค้าก็จะไปไล่บี้เอากับบริษัท Freight Forwarder โดยไม่สนใจว่าการดำเนินงานจะผิดพลาดในขั้นตอนใด บริษัท Freight Forwarder จึงจำเป็นต้องรับผิดชอบในความผิดพลาดต่างๆ เพราะนั่นหมายถึงชื่อเสียงและความมั่นใจในการให้บริการแก่ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าต่อไป
เมื่อมีบริษัท Freight Forwarder เกิดขึ้นมากมาย แต่จำนวนผู้ส่งออกหรือผู้นำเข้ามีไม่มากนัก เค้กที่มีอยู่ก้อนนึง ก็ต้องมีการแบ่งสรรปันส่วนกันไป แต่ใครจะได้ชิ้นเล็ก หรือชิ้นใหญ่ก็ต้องแล้วแต่ความพอใจของผู้ส่งออกหรือผู้นำเข้านั้นๆ ซึ่งปัจจัยที่มีส่วนในการตัดสินใจเลือกของลูกค้าก็คือ ความมั่นใจในชื่อเสียงของบริษัท Freight Forwarder ความพอใจในการให้บริการ หรืออาจจะเป็นเรื่องของผลประโยชน์ต่างตอบแทนกัน ก็จะเป็นเครื่องวัดว่าบริษัท Freight Forwarder นั้น จะได้เค้กชิ้นเล็ก หรือชิ้นใหญ่ไปรับประทาน
เมื่อต้องมีการแข่งขันกัน บริษัท Freight Forwarder ต่างก็งัดกลยุทธ์ต่างๆ ขึ้นมาห้ำหั่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคา มีการลด แลก แจก แถม ให้กับลูกค้าเหมือนกับสินค้าทั่วไป เพื่อจูงใจลูกค้าให้เรียกใช้บริการ หรือในเรื่องของการบริการที่ประทับใจ ทำอย่างไรให้ลูกค้าประทับใจ แล้วเกิดการเรียกใช้ซ้ำ
นอกจากการฟาดฟันกันระหว่างบริษัทแล้ว บรรดาบริษัท Freight Forwarder ต่างๆ จะต้องรับแรงกดดันจากลูกค้าอีกด้วยไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกำหนดราคา หรือข้อกำหนดต่างๆ ของ ซึ่งถือเป็นการคัดเลือกบริษัท Freight Forwarder ไปด้วย อย่างเช่น ผู้ส่งออกบางราย มีการกำหนดราคาไว้ว่าเขารับได้ในราคาเท่านี้ แล้วก็เปิดให้บริษัท Freight Forwarder ต่างๆ เข้าประมูลแข่งขันกัน(บทความนี้มาจาก eThaiTrade.com) โดยบริษัทที่จะเข้าประมูลได้จะต้องมีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่าสามล้านบาทเป็นต้น ดังนั้นบริษัทไหนสามารถให้บริการได้ในราคาเท่าที่กำหนด หรือน้อยกว่า และมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนด ก็รับงานไป แต่การเปิดประมูลในลักษณะนี้ก็ถือว่าเป็นการให้ความยุติธรรมแก่ทุกบริษัท ไม่เหมือนกับการที่ต้องอาศัยความสนิทสนม หรืออาศัยเรื่องของผลประโยชน์ต่างตอบแทนกัน
ผลจากการแข่งขันกันสูงของบริษัท Freight Forwarder ต่างๆ นั่น ผลประโยชน์จะตกเป็นของใครไปไม่ได้นอกจากตัวผู้ส่งออกและผู้นำเข้าเอง คือ ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าจะมีตัวเลือกมากขึ้นเหมือนมีผลิตภัณฑ์ตัวเดียวกันแต่หลายยี่ห้อวางอยู่ให้เลือก ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าจะได้รับบริการที่ดี มีประสิทธิภาพ เพราะระดับความพอใจในบริการก็เป็นตัววัดจำนวนชิ้นงานที่บริษัทต่างๆจะได้รับ และที่สำคัญ ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าจะได้รับการบริการในราคาที่ไม่สูง ซึ่งจะทำให้มีผลกำไรมากขึ้นด้วย ยิ่งในภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจ การส่งออกมีอัตราลดลงส่งผลกระทบต่อธุรกิจ Freight Forwarder ไปด้วย คือ เมื่อการส่งออกลด งานของ Freight Forwarder ก็น้อยลงด้วย ทำให้แต่ละบริษัทจะต้องหาวิธีที่จะประคองตัวเองให้ได้ในภาวการณ์เช่นนี้ การแข่งขันกันก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้น แต่ผลประโยชน์ที่ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าจะได้รับก็จะมากขึ้นไปด้วย
Related Posts...
About the Author
Write a Comment
Gravatars are small images that can show your personality. You can get your gravatar for free today!
You must be logged in to post a comment.



