วิกฤตการเงินในกรีก : สิ่งที่เกิดขึ้นได้กับเศรษฐกิจญี่ปุ่น
- Tuesday, May 18, 2010, 15:36
- Export Guildlines, Export Watch, Japan Watch, World Watch
- 248 views
- Add a comment
วิกฤตการเงินที่เกิดขึ้นในกรีกแม้ว่าจะมองว่าห่างไกลจากญี่ปุ่นและไม่น่าส่งผลกระทบมากนักต่อเศรษฐกิจของญี่ปุ่น เพราะความสัมพันธ์ของญี่ปุ่นกับกรีกในแง่การค้า การลงทุน มีมูลค่าไม่มาก แต่หากพิจารณากรีกในฐานะสมาชิกสหภาพยุโรป
ผลการวิเคราะห์ก็จะเปลี่ยนไป ที่ชัดเจนคือ ทำให้ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลยูโร
สิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์ญี่ปุ่นกังวล คือ การใช้จ่ายเงินและภาระหนี้สินภาครัฐของกรีกที่สูงถึง 114.9 % ของ GDP ในปี
2552 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 123.3 % ของ GDP ในปี 2553 อาจทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อเพิ่มความ
มั่นคงให้แก่ระบบการเงินของประเทศ เพราะหนี้สินภาครัฐของญี่ปุ่นนั้นอยู่ในภาวะเสี่ยงที่สูงกว่ากรีกมาก กล่าวคือ ญี่ปุ่นมี
หนี้สาธารณะสูงขึ้นเรื่อยๆ จากที่มีสัดส่วน 218.6 % ของ GDP เมื่อปี 2552 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 245.6 ของ GDP ใน
ปี 2557 สูงที่สุดเมื่อเทียบกับประมาณ G7 ด้วยกัน กล่าวคือ หนี้สาธารณะของ สหราชอาณาจักรอยู่ที่ 68.7 %, แคนาดา ที่
78.2 %, สหรัฐอเมริกา ที่ 84.8 % และเยอรมนี ที่ 78.7 % ในปี 2552 และหากเทียบกับประเทศกลุ่ม BRICS ก็พบว่า ล้วนมี
สัดส่วนของหนี้สาธารณะในระดับต่ำ เช่น บราซิล ที่ 68.5 %, รัสเชียที่ 7.2 %, อินเดียที่ 84.7 ขณะที่ จีนอยู่ระดับเพียง 20.2
% ญี่ปุ่นจึงอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะเข้าสู่วิกฤตการเงินคล้ายคลึงกับกรีกได้ในที่สุด
ธนาคารชาติญี่ปุ่นรายงานตัวเลขว่า ร้อยละ 93.9 ของพันธบัตรที่รัฐบาลญี่ปุ่นออกขาย ถือโดยสถาบันและนิติบุคคล
ในญี่ปุ่น เช่น ธนาคาร บรัทประกันภัย กองทุนผู้รับบำนาญและครัวเรือน แม้กระนั้นก็ประมาทไม่ได้ว่าผู้ถือพันธบัตรจะไม่
เกิดภาวะตื่นตระหนกแล้วเทขายคืนพันธบัตรรัฐบาลพร้อมๆกัน นักเศรษฐกิจการเงินจึงแนะว่า รัฐบาลควรคิดให้รอบครอบ
และวางระเบียบการออกพันธบตรใหม่ให้เข้มงวดขึ้น พร้อมๆ กับเร่งสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินของประเทศด้วย
โดยเฉพาะ ให้คิดทบทวนการย้ำนโยบาย “ไม่ขึ้นภาษี” เพื่อเพิ่มคะแนนนิยมต่อมวลชนในการหาเสียงเลือกตั้งเสียใหม่
มิฉะนั้นญี่ปุ่นอาจต้องเผชิญกับวิกฤตเฉกเช่นที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ
ญี่ปุ่นทำการค้ากับสหภาพยูโรป คิดเป็นร้อยละ 12.4 ของการส่งออกทั้งหมด น้อยกว่าจีนประเทศเดียวที่มีสัดส่วนที่
18.8% หรือภูมิภาคเอเชียโดยรวมที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 54.1 % ผลกระทบทางตรงจากวิกฤติในกรีกและสหภาพยุโรปจึงไม่มาก
แต่ในอีกด้าน ค่าเงินเยนที่แข็งขึ้น และมาตรการเข้มวงดที่สหภาพยูโรปนำมาใช้จะทำให้สินค้าญี่ปุ่นแพงขึ้น ทำให้ความ
ต้องการซื้อจากญี่ปุ่นลดลง และอาจส่งผลกระทบทางลบต่อความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและผู้บริโภคที่มีต่อญี่ปุ่นได้เช่นกัน
ที่มา : สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว
Related Posts...
About the Author
Write a Comment
Gravatars are small images that can show your personality. You can get your gravatar for free today!
You must be logged in to post a comment.


