เอเอฟพี รายงานว่า ในสัปดาห์นี้ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะกดดันให้ธนาคารและสถาบันการเงินในยุโรปรับการทดสอบเสถียรภาพทางการเงิน หรือสเตรส เทสต์ พร้อมเปิดบัญชีแสดงความโปร่งใสทางการเงิน เพื่อรักษาดุลบัญชีไม่ให้กลายเป็นชนวนของวิกฤตการเงินในภาคเอกชน หลังจากที่ภาครัฐกำลังล้มลุกคลุกคลานกับปัญหาหนี้สาธารณะที่กำลังบานปลายกลายเป็นวิกฤตในหลายประเทศ
Full story
ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดวันนี้ปรับตัวสูงขึ้น ขานรับตัวเลขการส่งออกของจีนที่ช่วยหนุนความเชื่อมั่นเรื่องการขยายตัวของเศรษฐกิจ
ดัชนี Stoxx Europe 600 บวก 1% แตะ 242.46 จุด เมื่อเวลา 8.41 น.ตามเวลาท้องถิ่นในกรุงลอนดอน
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีบวก 24.68 จุด หรือ 0.42% แตะ 5,893.23 จุด
ขณะที่ ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอน ขยับขึ้น 26.24 จุด หรือ 0.52% ที่ระดับ 5,054.39 จุด ณ เวลา 9.00 น.
Full story
นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าด้านเสถียรภาพการเงิน การธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่าในการบรรยายพิเศษให้กับนักลงทุนและนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ว่า เศรษฐกิจไทย ครึ่งปีหลังจะสามารถขยายตัวได้ต่อ จากแรงส่งทางเศรษฐกิจที่ยังมีต่อเนื่องจากเศรษฐกิจไตรมาส 1/53 ที่ขยายตัวได้ 12% จาก 4 ปัจจัยคือ 1.ปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจที่ยังดี ในแง่สภาพคล่องในประเทศที่อยู่ในระดับสูง อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ 2.การส่งออกของไทยยังขยายตัวได้ดี โดยได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะทำให้การส่งออกไทยขยายตัวต่อเนื่อง 3.การใช้จ่ายภาครัฐที่มีต่อเนื่อง และ4.แรงส่งของเศรษฐกิจไทยเองที่ยังมีอยู่ต่อ
เนื่อง
'มองว่า เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังยังมีหลายปัจจัยสนับสนุนให้เศรษฐกิจสามารถฟื้นตัวต่อไปได้ หากดูแรงส่งของเศรษฐกิจ ไตรมาสที่ 1 ก็ออกมาค่อนข้างดี แม้ตัวเลขมีนาคมและเมษายนอาจถูกผลกระทบจากปัญหาการเมือง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่ลดลง 1.1% จากระยะเดียวกันของปีก่อนก็ตาม และการใช้จ่ายในประเทสที่ชะลอลง อย่างไรก็ตามจากนี้คงต้องติดตามดูตัวเลขเศรษกิจในเดือนพฤษภาคมและเมษายนจะออกมาเป็นอย่างไร และหลังจากเดือนนี้เศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวขึ้นได้มากแค่ไหน แต่เชื่อว่าไตรมาส 2 จีดีพีคงจะปรับตัวลดลง แต่คงไม่ชะลอมาก'
นอกจากนี้นายบัณฑิตมองว่า เศรษฐกิจโลกยังคงฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง ดูจากตัวเลขไตรมาส 1/53 ของประเทศสำคัญๆที่มีอัตราการขยายตัวดี ทั้งสหรัฐที่ขยายตัว 2.5% ญี่ปุ่น 4% และเอเชียก็ขยายตัวได้ดี ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนที่ดีต่อเศรษฐกิจไทย
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ธปท.เป็นห่วงและต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด คือ สถานการณ์หนี้สินในยุโรป ที่อาจทำให้เศรษฐกิจยุโรปชะลอตัวลง จนมีผลกระทบแรงส่งต่อเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการส่งออกของไทย รวมทั้งปัญหาการเมืองในประเทศที่ยังไม่แน่นอน และปัญหาภัยแล้ง ที่จะส่งผลกระทบต่ออัตราการผลิตภาคเกษตรในปี2553และปี2554 จนกระทบต่อรายได้เกษตรกร
นายบัณฑิตกล่าวต่อว่า หลังจากนี้นโยบายในการพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยคงจะต้องหันกลับมาพูดถึงกันใหม่อีกครั้งหลังจากที่ ธปท.เคยมองว่า จะปรับขึ้นดอกเบี้ยได้ในเดือนมีนาคม แต่ก็มีปัญหาการเมืองเกิดขึ้นก่อน ดังนั้นหากเศรษฐกิจสามารถฟื้นตัวได้ต่อและปัญหาหนี้ต่างประเทศชัดเจน ...
Full story
- Thursday, April 1, 2010, 16:00
- Export Guildlines, Thailand Watch, World Watch
- 134 views
เตือนผู้ประกอบการไทยซึ่งทำธุรกิจในยุโรปควรระมัดระวังการปฏิบัติตามกฎหมายการแข่งขันของยุโรป ซึ่งเข้มงวดและหากตรวจพบว่ามีการละเมิดจะกำหนดค่าปรับในอัตราสูง
Full story
- Wednesday, March 31, 2010, 18:24
- Export Watch, World Watch
- 161 views
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) เปิดเผยว่า รัสเซียเป็นประเทศคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยในกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออกและเครือรัฐเอกราช (Commonwealth of Independent States : CIS)ในระหว่างปี 2541 - 2550 รัสเซียมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยร้อยละ 7 ต่อปี ขณะที่ไทยส่งออกสินค้าไปจำหน่ายในรัสเซียมีมูลค่าเฉลี่ยปีละ 15,700 ล้านบาท ในปี 2550 มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 19,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ซึ่งมีมูลค่าการส่งออก 14,660 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 34 สินค้าไทยหลายประเภทมีลู่ทางขยายการส่งออกได้อีกมาก แต่อุปสรรคสำคัญที่ทำให้การค้าขายระหว่างไทยกับรัสเซียไม่ขยายตัวเท่าที่ควร ได้แก่ปัญหาการ ชำระเงิน
Full story